=_= อาการคนอกหัก =_=

posted on 26 Oct 2009 14:16 by sukposomtuay

  

 

 

อาการคนอกหัก...

 

                                        

 

           1.เดินตากฝนแบบฉบับคนผิดหวัง ยืนพิงที่ผนัง ทรุดลงกอง 
           2.นั่งเหม่อ ทำหน้าเหงา แล้วก็ขว้างปาข้าวของ 

           3.ไปเดินเตะกระป๋อง ไม่สนใจผู้คน 
           4.เปิดมือถือ รับสายแล้วไม่ต้องพูด อย่าลืมเชียว!! 

           5.ร้องไห้ให้น้ำตาไหลมาข้างเดียว...



          ..ตอนรักทุ่มเทให้หมด ไม่เผื่อใจพอโดนทิ้งเหมือนนักมวยโดนน๊อคกลางอากาศ ล้มทั้งยืน เจ็บวันนั้นยังไม่เท่าเวลาทำใจหลังจากวันนั้น เพราะ..


           1.ลืม ก็ลืมไม่ได้ 


           2.เกลียด ก็เกลียดไม่ลง


           3.ไม่อยากพบ แต่ก็อยากเห็น 


           4.ไม่อยากพูด แต่ก็อยากคุย 


           5.ไม่อยากได้ฟัง แต่ก็อยากรับรู้


           6.อยากตัดใจ ก็เหมือนมีใยบางๆ ที่ตัดไม่ขาด 


           7.ไม่อยากคึดถึง แต่ก็อยู่ในความคิดคำนึงตลอดเวลา 


           8.อยากโทรหา แต่ก็กลัวว่าเขาจะรำคาญ 


           9.อยากไปหา แต่ก็กลัวโดนเกลียด


           10.อยากให้กลับมา แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะรัก



          ท้ายที่สุด... ก็ต้องทนทรมานต่อไป จนกว่าจะหายเจ็บไปเอง ซึ่งอาจจะนาน หลายวัน หลายเดือน หลายปี หรือไม่มีวันนั้นเลยก็เป็นไปได้..

 

******************และคุณกำลังเข้าข่ายคนอกหักหรือเปล่าค่ะ*****************************

 

 

 

 

edit @ 26 Oct 2009 14:31:23 by นางฟ้ากำพร้ารัก

edit @ 26 Oct 2009 14:36:14 by นางฟ้ากำพร้ารัก

 

 

                     นี่น่ะหรือ ........  คือ ความรัก   

 

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง


2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา


3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว


4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป


5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้นแต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอ


6. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่สุด


7. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา


8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง


9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ


10. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ


11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน


12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต


13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้


14. มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขา มาจากความฝันเพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น


15. ฝันถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ


16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข


17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน


18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำว่ารักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข


19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา ที่ปรากฎในพวกเขา


20. คนที่มีความสุขที่สุดไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก


21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่ พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่า-ของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิต


22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา


23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ


24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ


25. ความรักก็เหมือนกับการเสี่ยง คุณอาจจะต้องพบกับความล้มเหลว แต่ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณก็อาจจะต้องพบกับความล้มเหลวตลอดไป


26. ความรัก มักเหมือนแก้วบาง ถ้าหากคุณมือหนัก แก้วที่คุณถือ ก็อาจจะต้องแตกร้าวทุกครั้งที่คุณใช้มัน


27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

 

 

 

:( ... สุดท้ายก็ผิดหวัง ... ):

posted on 31 Aug 2009 11:00 by sukposomtuay

 

 

 

 

 

 

 

เคยมีใครบ้างหรือเปล่าที่มีคนสำคัญบอกว่าจะพาไปเที่ยว

แต่พอถึงวันเข้าจริงๆเขากับเปลี่ยนแปลง

แล้วเราก็จะรู้สึกผิดหวังที่สุด

เหมือนกับเราคาดหวังไว้มาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป ดั่งที่ตั้งใจไว้

เพื่อนๆมีใครรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า

แล้วทำอย่างไงเหรอ

เฮ้อ............................

เศร้า.........................

 

 

 

edit @ 31 Aug 2009 11:16:51 by นางฟ้ากำพร้ารัก



  

         เคล็ดลับ...แต่งหน้าให้สวยใส... ใช้เวลาแค่ 10 นาที



ในปัจจุบันนี้ ในเวลาเร่งรีบแบบนี้ สาว ๆ ทั้งหลายคงจะไม่มีเวลามากพอที่จะมาแต่งหน้าให้สวยใสกันได้นานสักเท่าไหร่หรอกจริงมั๊ยคะ แต่ความสวยมันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว ถ้าคุณต้องการที่จะสวยซะอย่าง ใครก็ห้ามไม่ได้ค่ะ วันนี้ หมวยza มาแนะนำวิธีการแต่งหน้าให้ดูสวยใสได้ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ค่ะ แค่นี้คุณก็สวยพร้อมที่จะออกนอกบ้านได้แล้วล่ะคะ



     เริ่มต้นที่ การทารองพื้น การแต่งหน้าให้สวยใสแบบธรรมชาติ ควรใช้รองพื้นแบบบางเบา แต้มบริเวณหน้าผาก แก้มทั้งสองข้าง จมูกและปลายคาง จากนั้นใช้ฟองน้ำเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้พัฟหรือแปรงแตะแป้งฝุ่นชนิดโปร่งแสง ลูบไล้เบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า 


                          

 



     คิ้ว เลือกใช้อายแชโดว์เฉดสีเดียวกันกับสีผม เขียนคิ้ว ถ้าจะให้รูปคิ้วสวยเป็นธรรมชาติ ควรใช้ Eye Brow Brush ไล้จากหัวคิ้วไปตามแนวคิ้วเพียงบาง ๆ โดยให้หางคิ้วเข้มกว่าหัวคิ้ว ส่วนคนที่คิ้วดกอยู่แล้ว ใช้มาสคาราใส ปัดลูบคิ้วก็เพียงพอแล้วค่ะ



                                                



     ตา เลือกใช้อายแชโดว์โทนน้ำตาลหรือน้ำตาลอมส้ม หรือถ้าใครชอบเฉดสีชมพูก็ให้เริ่มจากเฉดสีอ่อนสุดก่อน โดยเริ่มทาจากบริเวณหางตา แล้วค่อย ๆ เรื่อยมายังบริเวณหัวตา แต่บริเวณหางตาควรเน้นให้มีสีเข้มกว่า เกลี่ยให้กลมกลืนกัน แล้วใช้ดินสอสีน้ำตาลเข้ม เขียนขอบตาเป็นเส้นบาง ๆ ทั้งบนและล่าง โดยเขียนให้ชิดขอบตามากที่สุด แล้วลงมือปัดมาสคาร่า โดยปัดลงก่อน แล้วค่อยย้อนปัดขึ้น จากนั้นให้ใช้แปรงเล็ก ๆ ปัดอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ขนตาติดกันเป็นแพ 



                       

 



     แก้ม เติมสีสันให้กับพวงแก้ม โดยเริ่มที่โหนกแก้ม ถ้าไม่รู้ว่าโหนกแก้มอยู่ตรงไหน ให้ยิ้มเพียงเล็กน้อยกับกระจก แล้วคุณจะเห็นโหนกแก้มของคุณค่ะ จากนั้น ค่อย ๆ ไล้แปรงบริเวณโหนกแก้มไปจนถึงบริเวณหู โดยคุณควรไล้ให้สีดูกลมกลืนกัน ไม่ควรให้เป็นรอยของสีเป็นแถบ ๆ บริเวณใบหน้า 



               
 

 


     ปาก ใช้ดินสอเขียนขอบปากระบายสี ตามรูปปากก่อนที่จะทาลิปสติค ถ้ารู้สึกว่า ปากสีเข้มเกินไป ใช้ลิปกลอสทาทับจะเบรคสีให้ดูอ่อนลง และยังช่วยให้เรียวปากดูโดดเด่น มีชีวิตชีวาขึ้น แค่นี้ใบหน้าของคุณก็สวยใส เป็นธรรมชาติ และดูอ่อนเยาว์อีกด้วยค่ะ

 


               

 



     เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเคล็ดลับ... แต่งหน้าให้สวยใส... ใช้เวลาแค่ 10 นาที ลองฝึกให้ชำนาญนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสวยจริง ๆ แล้วง่ายนิดเดียวค่ะ แรก ๆ คุณอาจจะยังไม่คล่อง ต้องใช้เวลานานสักนิดนึง แต่ไม่เป็นไรหรอกคะ พอคุณเริ่มชินและชำนาญในการแต่งหน้าแล้ว คุณอาจจะแต่งหน้าให้สวยได้ ด้วยเวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำไปค่ะ